วอนช่วยเหลือ เด็กหญิง อายุ 12 ปี ได้ป่วยเป็นโรคทำร้ายตัวเอง

Spread the love

        วอนช่วยเหลือ ซึ่งทางด้านผู้สื่อข่าวก็ได้มีการรับการร้องเรียนจากเหล่าชาวบ้านให้ประสานกับหน่วยงานที่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือว่าคนใจบุญสำหรับในการช่วยเหลือเด็กหญิงวัยเพียงแค่ 12 ปี ซึ่งก็ได้ป่วยเป็นโรคทำร้ายตัวเอง จนได้เกิดมีบาดแผลรอยเต็มตัวไปหมด ก็จะต้องมีพ่อ แม่ มีการผลัดกันคอยดูแลกันตลอดเวลา ซึ่งก็อยากให้หน่วยงานหรือว่าผู้ใจบุญได้เข้าช่วยเหลือกับครอบครัวนี้!!

         ผู้สื่อข่าวจึงได้มีการลงไปพื้นที่ ส่วนตรงที่บ้านเช่าก็ไม่ได้มีเลขที่ แล้วก็ภายใน หนองเกตุใหญ่ ซอย 4 หมู่.1 ตำบล.หนองปลาไหล อำเภอ.บางละมุง จังหวัด.ชลบุรี โดยจะมี นายสุธน ด้วงมหาสอน ได้อาสาพัฒนาชุมชน ตำบล.หนองปลาไหล ก็ได้นำพาไปบ้านดังกล่าว พบด.ญ.เอ (นามสมมติ) ได้อายุเพียง 12 ขวบ ก็เป็นบุตรของ นางวนิดา มะลิ อายุ 40 ปี

         เพราะได้มีการถูกมัดมือได้นอนอยู่บนเตียง ก็ได้มีอาการโวยวายอยู่ตลอดเวลา ก็ได้ทราบว่าได้มีอาการป่วยจะมีการทำร้ายตัวเองจนได้รับบาดเจ็บรวมอีกทั้งครอบครัวก็ได้มีความยากจนก็ยังไม่ได้รับมีการรักษา เพราะว่าผู้เป็นแม่ก็ต้องคอยนั่งประคองและก็ได้ดูอาการอยู่ข้างๆแบบไม่ห่างกันเลย!

         นางวนิดา ผู้เป็นแม่ก็มีการเล่าให้ฟังด้วยเป็นความอัดอั้นใจว่า ทางด้าน ด.ญ.เอ ก็ได้มีชีวิตที่น่าสงสารอย่างมากตั้งแต่เกิดเพราะเนื่องจากช่วงที่แม่ได้คลอดมีการรกพันที่คอของน้องแต่ก็ยังไม่มีอากาศผิดปกติแต่ถึงอย่างใด ไปจนกระทั่งด.ญ.เออายุได้เกือบ 1 ปีก็ได้พบว่าได้มีอากาศผิดปกตินั่นก็คือน้องมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กคนอื่นๆอีกด้วย

         ซึ่งในตอนนั้นก็ได้นำพา ด.ญ.เอ ได้เข้ารับในการตรวจสอบที่ โรงพยาบาล.ที่ระยอง ทางแพทย์ก็ได้มีการระบุเอาไว้ว่า น้องก็ได้มีอาการที่ผิดปกติทางด้านสมองและก็มีพัฒนาการอย่างช้า ตนเองและก็สามีก็ยังไม่ได้คิดอะไรเพียงแต่จะให้การเลี้ยงดูแลเหมือนกับเด็กปกติ จนได้ย้ายครอบครัวมาทำงานที่เมืองพัทยาเมื่อช่วง 7 ปีก่อน ขณะที่ด.ญ.เอก็เริ่มมีพฤติกรรมในการทำร้ายตัวเองเมื่อช่วง 4 ปีที่แล้ว แล้วจะทำร้ายตัวเองขั้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้ตนและสามี ก็ต้องคอยผลัดกันดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างที่สุด

         ที่ผ่านมา นางวนิดา ก็ได้มีอาชีพการขับรถพ่วงข้างขายก๋วยเตี๋ยวได้รับรายได้ต่อวันนึงประมาณ 400-500 บาทนั่นเอง ในขณะที่ผู้เป็นสามีก็ทำงานเป็น รปภ.รายได้ต่อเดือนก็ไม่กี่พันบาท เพราะว่าทั้งสองก็ต้องมีการผลัดกันทำงานเป็นกะเพื่อจะได้ดูแลลูกสาวและก็หารายได้นำมาใช้จ่ายภายในครอบครัวจะประทังชีวิตสามคนพ่อแม่ลูกกันไป ช่วงภายหลังที่โควิดได้มีการระบาดอย่างหนักก็ไม่ได้ขายก๋วยเตี๋ยวก็จะทำให้ขาดรายได้อย่างมากกันเลยทีเดียว!

         ส่วนทาง ด.ญ.เอ ก็ได้เริ่มมีอาการหนักมากขึ้นแบบเรื่อยๆ ในขณะที่ลูกสาวที่ได้มีอาการป่วยอยู่ก็ไม่ได้รับการรักษาเพราะเนื่องจากไม่ได้มีทะเบียนบ้านจะทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ในการรักษา

        ล่าสุดทางด้านเจ้าของบ้านเช่าก็ได้ให้ย้ายเข้าทะเบียนบ้านแล้วเมื่อในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ได้มาติดกับช่วงโรคโควิดระบาดกันอีกด้วย ส่วนสามีก็ได้ทำงานคนเดียวรายได้ก็ไม่พอกับการใช้จ่ายจะออกไปรับของบริจาคที่หน่วยงานต่างๆก็ได้นำมาช่วยเหลือก็ไปไม่ได้

         เพราะว่าจะทิ้งลูกไปไม่ได้เลยเด็ดขาดต้องอยู่กับลูกอย่างตลอดเวลา เพราะตอนนี้สิ่งที่ตนอยากจะได้รับมากที่สุดก็คือการช่วยเหลือที่สุดคืออยากจะให้ลูกได้รับการรักษาและก็ได้รับคำแนะนำในการดูแลของน้องเพราะว่าทุกๆวันนี้แม่ก็ดูแลได้เพียงแค่คอยดูไม่ให้น้องทำร้ายตัวเองเท่านั้น!!!!!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *