สังคม

“เน็ตความเร็วสูง” ใช้ไม่มีลิมิต

Spread the love

        ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยออกมาว่า จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 นำมาซึ่งทำให้วิทยาลัยของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ จำนวน 156 แห่ง ต้องหยุดการเรียนการสอนที่สถาบันอุดมศึกษา โดยมีนักศึกษาเล่าเรียนประมาณ 1.6 ล้านคน ต้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ก่อนหน้านี้นั้น

  ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน ได้ทำงานด้วยกันเพื่อให้นักศึกษาได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินล่าสุด ตนได้หารือร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมทั้งกลุ่มผู้ให้บริการการสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของเมืองไทย ทั้ง ทรู, เอไอเอส และดีแทค สำหรับเพือการส่งเสริมการเรียนการสอนออนไลน์สำหรับนักศึกษาทั่วประเทศ โดยนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานี้หรือตั้งแต่เดือน เมษายน 2020 จะสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ฟรีผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่อเรียนในระบบออนไลน์ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว ด้วยความเร็ว 4 Mbps ไม่มีลิมิตการใช้งาน เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงบทเรียน ทำงานและสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนักศึกษาในการใช้งานโทรศัพท์มือถือให้สามารถเข้าถึงบทเรียนและติดต่อสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนได้

     “เป็นที่ทราบกันดีว่านักศึกษาบางส่วนอาจไม่จำเป็น เพราะมีระบบอินเตอร์เน็ตพื้นฐานในที่อยู่อาศัย แต่ยังมีนักศึกษาจำนวนมากที่ขาดความสามารถในการจ่าย โดยยิงไปกว่านั้นเหตุการณ์ตอนนี้ที่ผู้ปกครองและนักศึกษาอาจขาดรายได้จากการค้าขายและรับจ้างทำงาน ขณะที่ยังมีภาระด้านอื่นๆในการดำรงชีพ รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการศึกษามีราคาสูง” ดร.สุวิทย์ กล่าว

    รัฐมนตรีว่าการ.อว.กล่าวอีกว่า สำหรับการเกื้อหนุนในการสนับสนุนการเรียนระบบอินเตอร์เน็ตสำหรับนักศึกษา อว.ได้เสนอของบประมาณตามจ่ายจริง วงเงินรวมไม่เกิน 240 ล้านบาท เป็นค่าบริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือดังนั้นหากมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินมากกว่าจำนวนดังกล่าว สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้กับนักศึกษาทั้งหมด โดยวงเงินงบประมาณ 240 ล้านบาทนั้นห้องประชุมอธิการบดีแห่งเมืองไทย จะใคร่ควรจัดแบ่งตามศักยภาพทางการเงินของแต่ละสถาบันมหาวิทยาลัย โดยให้ความช่วยเหลือสถาบันมหาิวทยาลัยที่มีศักยภาพทางการเงินต่ำที่สุดก่อน และหลังจากระยะเวลา 3 เดือนแรก สถาบันมหาวิทยาลัยจะสามารถบริหารจัดแจงเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณช่วยเหลือจากรัฐบาล.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *