The Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล ทั้งซึ้งและขำ

            ถ้าหากว่า…ภาพยนต์อนิเมชั่นจากค่าย Pixar Animation Studios เคยทำให้คุณ Feel Good ทั้งน้ำตามาแล้ว ภาพยนต์อนิเมชั่นใหม่จากค่าย Sony เรื่องนี้ก็จะสามารถทำให้คุณซึ้ง…ปนขำน้ำตาเล็ดได้เหมือนกัน นี่คือ The Mitchells vs. the Machines ผลงานล่าสุดจากสตูดิโอ โซนี่ แอนิเมชั่น พิคเจอร์ส ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ที่ถ้าหากว่าเรามองดูเผินๆ ก็แสนจะธรรมดา แต่เนื้อแท้ข้างในหนังนั้นได้กลับผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงและเซอร์ไพรส์คนดูไม่เบาเลยทีเดียว

            บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล (2021) เดิมทีจะเป็นภาพยนต์อนิเมชั่นที่เข้าฉายโรงหนังตามปกติ วางคิวฉายเอาไว้ตั้งแต่ปลายปีก่อน แต่ก็ดันมาเจอกับพิษโควิด-19 เข้าไป ทำให้ภาพยนต์อนิเมชั่นเรื่องนี้จะต้องเลื่อนฉายและตัดสินใจโยกไปฉายทางสตรีมมิ่งออนไลน์แทนในที่สุด พร้อมกับเปลี่ยนชื่อหนังใหม่ด้วย (แต่ก่อนเคยชื่อว่า Connected) ถึงแม้ว่าจะแอบเสียดายอย่างเบาๆอยู่บ้าง ที่ต้องมาฉายแค่จอเล็ก เพราะงานสร้างของหนังเรื่องนี้ก็ถือว่ามีไอเดียฉูดฉาดและแจ่มจรัสไม่เบาหากได้ขึ้นฉายจอใหญ่ด้วย

            โดยภาพยนต์อนิเมชั่นเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของสมาชิกครอบครัว บ้านมิตเชลล์ ที่ประกอบด้วย พ่อ (พากย์โดย Danny McBride) แม่ (พากย์โดย Maya Rudolph) ลูกคนเล็ก (พากย์โดย Mike Rianda) และลูกสาวคนโต โดยลูกสาวคนโต (พากย์โดย Abbi Jacobson) กำลังจะย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยต่างเมือง แต่ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อนั้นไม่ค่อยลงร่องลงรอยกันสักเท่าไหร่ ตามประสานช่องว่างระหว่างวัย และความห่างเหินที่เป็นเหมือนรอยร้าวที่เป็นแผลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ ริค ได้ตัดสินใจจัดโร้ดทริป ยกทั้งบ้านไปส่งลูกสาวไปเรียนต่อ

The Mitchells vs. the Machines (2021) บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล ทั้งซึ้งและขำ

            แค่ว่าสถานการณ์ความอึมครึมในบ้านหลังนี้ยังไม่หนักพอ ปรากฏว่าเกิดสถานการณ์ไม่ทุกคนคาดคิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุระบบเอไอของยักษ์ใหญ่วงการเทคโนโลยีได้ก่อกบฎขึ้น ทำให้หุ่นยนต์ที่เพิ่งถูกพัฒนาใหม่ได้ออกโจมตีและเก็บกวาดมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ เพื่อหวังจะขจัดให้กลายเป็นโลกที่ปราจากมนุษย์ งานนี้ก็เหลือแต่เพียงพวกมิตเชลล์กลุ่มเดียวเท่านั้นที่ยังหลบรอดได้ ความหวังของมวลมนุษยชาติจึงตกอยู่ที่ตระกูลที่ใครๆ ก็มองว่าพวกเขาเพี้ยน

            คงจะต้องบอกก่อนเลยว่า บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล (2021) เป็นภาพยนต์อนิเมชั่นที่ให้ผลลัพธ์ที่ผิดคาดเป็นอย่างมาก เพราะคาดคิดว่าจะได้ดูหนังแอนิเมชั่นที่บันเทิงตลอดทั้ง 100 นาทีได้ขนาดนี้ หนังยังอัดแน่นมาด้วยประเด็นต่างๆ ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างหนักแน่นดี แม้ว่าภาพรวมจะเต็มไปด้วยสูตรสำเร็จและไม่ได้สร้างความแปลกใหม่อะไรมากนัก แต่ระหว่างรายทางของหนังกลับสามารถเรียกคะแนนความนิยมได้เป็นอย่างดี

            แน่นอนเลยว่าประเด็นครอบครัวได้มีการถูกหยิบมาทำอนิเมชั่น หนัง ซีรีส์ตั้งเป็นแกนหลัก หนังเหมือนจะล้อเลียนพวกภาพยนต์ดราม่าฟีลกู้ดสายใยครอบครัวแบบพิกซาร์มาหน่อยๆ แต่อนิเมชั่นเรื่องนี้กลับไม่ใช่สายดราม่าจ๋า แต่เป็นสายซึ้งแบบเพี้ยนๆ มากกว่า มุกตลกและการเสียดสีสังคมในชีวิตประจำวันถูกหยิบมาใส่ได้อย่างลงตัวและถูกจังหวะ กลายเป็นอนิเมชั่นที่สร้างอารมณ์เอ็นจอยได้ค่อนข้างหลากหลาย กำลังซึ้งกับสัมพันธ์พ่อลูกอยู่ดีๆ ก็ต้องน้ำตาร่วงทั้งอดขำไม่ได้

            ในขณะเดียวกัน ภาพยนต์อนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ยังมีการสอดแทรกประเด็นเสพติดเทคโนโลยีเข้ามาเสริม แอบเสียดสีในหลายๆ มุมของยุคสมัยที่ใครๆ ก็จ้องแต่จอโทรศัพท์มือถือได้อย่างดี กับโจทย์ที่ว่าถ้าหากว่าวันหนึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้กลายมาเป็นภัยต่อตัวเองบ้างจะเป็นเช่นไร ซึ่งในส่วนนี้ก็ใส่ความบันเทิงเข้ามาได้เต็มๆ และรู้สึกว่าการเล่าเรื่องตลอดทางเป็นไปได้อย่างราบรื่น แทบไม่มีจุดที่ทำให้เรารู้สึกสะดุด และคนดูก็รู้สึกบันเทิงไปกับตัวอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

The Mitchells vs. the Machines การเดินทางของครอบครัวสุดวายป่วง

            นี่ก็คือผลงานเรื่องแรกของผู้กำกับ Mike Rianda ที่เขายังทำหน้าที่เขียนบทหนังเองอีกด้วย นับว่าเป็นการใส่ไอเดียและแนวคิดในหนังแอนิเมชั่นที่น่าสนใจไม่น้อย แม้ว่าโดยรวมจะเป็นสูตรสำเร็จ แต่ก็มีไอเดียของเขาหลายๆ อย่างที่ใส่เข้ามาได้สะดุดตาและกระตุ้นความน่าสนใจเป็นอย่างดี อีกทั้งยังออกแบบคาแรกเตอร์หลักๆ ได้เข้าขั้นเกือบจะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว (ได้ยินว่าเขาได้แรงบันดาลใจมาจากครอบครัวตัวเองนั่นแหละ)

            ทีมพากย์เสียงของภาพยนต์อนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ไว้วางใจได้เลย เพราะว่าได้มือฉมังมาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Maya Rudolph, Danny McBride , Eric André, “แอบบี้ จาคอปสัน” โดยที่ผู้กำกับยังมาร่วมพากย์เสียงเองด้วย และยังได้นักแสดงอังกฤษเจ้าของรางวัลออสการ์ “Olivia Colman” มาเซอร์ไพรส์กับเสียงวายร้ายสำเนียงผู้ดี๊ผู้ดี งานพากย์เสียงของเรื่องนี้ออกมาลื่นไหลและฟังคล่องหู จังหวะเล่นมุกก็โอเคดีด้วย

            โดยภาพรวมแล้วอนิเมชั่นเรื่อง The Mitchells vs. the Machines หรือชื่อไทยว่า บ้านมิตเชลล์ปะทะจักรกล (2021) นับว่าเป็นภาพยนต์อนิเมชั่นที่ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมายเบาๆ เพราะไม่คิดว่าจะต้องมาเจอและดูอะไรเช่นนี้ อนิเมชั่นเรื่องนี้มอบอารมณ์ที่หลากหลายให้กับคนดู และยังแฝงด้วยแง่คิดเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะประเด็นครอบครัว ที่ดูจบแล้วก็ต้องแอบคิดถึงพระในบ้าน สารภาพเลยว่า…หนังแอบทำน้ำตาซึมอยู่หลายจุด แต่ก็ต้องปรับโหมดมาขำอยู่เรื่อยๆ เพราะจังหวะหนังเรื่องนี้มันดีเหลือร้าย ถ้าหากคุณสนใจหนังมาใหม่ หนังสนุกๆก็สามารถติดตามรีวิวและรับชมหนังใหม่ได้ที่…….และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ UFA356